สำมะโนอุตสาหกรรม

indus60 01

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำสำมะโนอุตสาหกรรมทุก 10 ปี ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญทางด้านอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกทำให้โครงสร้างการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วทำให้หน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์ มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ ด้านเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาค จึงขอให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำสำมะโนอุตสาหกรรมจากทุก 10 ปี เป็นจัดทำทุก 5 ปี ประกอบกับประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่ได้มีการจัดทำสำมะโนด้านเศรษฐกิจทุก 5 ปี ในปี 2555 สำนักงานสถิติแห่งชาติได้วางแผนปรับการจัดทำสำมะโนอุตสาหกรรม เป็นประจำทุก 5 ปี โดยบูรณาการดำเนินการไปพร้อมกับสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ ภายใต้ชื่อ “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม” สำมะโนอุตสาหกรรมจัดทำมาแล้ว 4 ครั้ง ในปี 2507 ปี 2540 ปี 2550 และ ปี 2555 สำหรับในปี 2560 จะครบรอบ 5 ปี ในการจัดทำสำมะโนอุตสาหกรรมซึ่งนับเป็นครั้งที่ 5 ของประเทศไทย

วัตถุประสงค์
โครงการสำมะโนอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่แสดงให้เห็นโครงสร้าง และการกระจายตัวของสถานประกอบการประเภทต่าง ๆ เช่น สถานประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการการก่อสร้าง การขนส่งทางบก สถานที่เก็บสินค้า กิจกรรมด้านข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารและ โรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น
  2. เพื่อเก็บรวบรวมรายละเอียดการดำเนินงานของสถานประกอบการเกี่ยวกับจำนวนและขนาดของสถานประกอบการ ประเภทอุตสาหกรรม จำนวนคนทำงาน ลูกจ้าง ค่าตอบแทนแรงงาน ค่าใช้จ่าย ในการผลิตและดำเนินงาน มูลค่าขายผลผลิตและรายรับ ส่วนเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ มูลค่าของสินทรัพย์ถาวรของสถานประกอบการ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต

ประโยชน์ที่จะได้รับ
ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ข้อมูลทั้งในภาครัฐบาลและเอกชนที่สำคัญ ดังนี้

ภาครัฐ

  1. ใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมการผลิตทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้ในภูมิภาคอาเซียน และเวทีการค้าโลก
  2. ใช้ในการจัดทำดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจและภาวการณ์การดำเนินกิจการ เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวม ตารางปัจจัยการผลิต และผลผลิตของประเทศ สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต เป็นต้น
  3. ใช้ในการจัดทำแผนวิเคราะห์สถานการณ์ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของประเทศ
  4. ใช้ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย ออกกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการผลิตให้เป็นไปตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้
  5. เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ
  6. ใช้ในการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนเตือนภัยทางเศรษฐกิจและสังคม 
  7. ใช้ประโยชน์ในทางสถิติเพื่อจัดทำกรอบตัวอย่าง (Sampling Frame) สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสถานประกอบการของหน่วยสถิติต่าง ๆ

ภาคเอกชน

  1. ผู้ประกอบการใช้ข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลการดำเนินกิจการ เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการวางแผนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนขยายกิจการ/สาขา บริหารและควบคุมการดำเนินกิจการในด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  2. ใช้ข้อมูลเป็นฐานเพื่อเปรียบเทียบ (Benchmark) ผลการดำเนินงานตนกับกิจการอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม ประเภทเดียวกัน หรือขนาดต่าง ๆ
  3. สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย และสถาบันการศึกษา นำไปศึกษาวิเคราะห์ต่อยอดสร้างนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตที่อยู่ในความสนใจ และเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง